วิธีการเพิ่มผลผลิตยางพารา
นับ เป็นเวลาที่เนิ่นนาน ที่มนุษย์พยายามค้นหาวิธีในการที่จะเพิ่มผลผลิตน้ำยางพาราให้ได้มากกว่าที่ เป็นอยู่ ในที่สุดก็พบว่าในทุกครั้งที่มีการกรีดยางหรือทำให้เปลือกยางได้รับบาดแผลจน น้ำยางไหลออกมา ต้นยางก็จะสร้างฮอร์โมนพืชที่มีชื่อว่า “เอทธิลีน” ขึ้นในบริเวณเปลือกยางโดยเอทธิลีนจะมีผลต่อการไหลของน้ำยาง ในปัจจุบันจึงมีการผลิตแก๊สเอทธิลีน ซึ่งถือเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติเหมือนฮอร์โมนพืช มาเป็นตัวการเร่งหรือกระตุ้นให้ได้น้ำยางมากขึ้นกว่าเดิม 3-10 เท่าต่อวัน หรือ 2.5-4 เท่าต่อเดือน
หากจะย้อนเวลาเพื่อดูความพยายามของผู้คนในการจะเพิ่มผลผลิตน้ำยาง ก็พอจะมีบันทึก ไว้บ้าง ดังนี้
- พ.ศ. 2455 Camerun พบว่าส่วนผสมของมูลโคและดินเหนียว ทาใต้รอยกรีด จะช่วยเร่งน้ำยางได้
- พ.ศ. 2494 Tixier พบว่าจุนสี หรือ CuSo4 ที่ฝังในรูที่เจาะไว้ที่โคนยาง 2 รู ทำให้ผลผลิตยางเพิ่มเป็นเวลา 3 เดือน และ G.W. Chapman พบว่า 2,4-D ผสมน้ำมันปาล์มทาใต้รอยกรีดที่ขูดเปลือก ทำให้ผลผลิตน้ำยางเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงส่วนผสมใหม่ ได้เป็นสารเคมีเร่งน้ำยางสูตรใหม่ ภายใต้ชื่อ Stimulex และผลิตออกขายเป็นระยะเวลานาน
- พ.ศ. 2504 พบว่า เอทธิลีนออกไซด์ ทำให้น้ำยางไหลมากขึ้น
- พ.ศ. 2507 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ได้ผลิตสารที่ให้เอทธิลีนขึ้นมา ชื่อว่า อีเทฟอน(Ethephon) ซึ่งสามารถเร่งน้ำยางได้
- พ.ศ. 2508 บริษัทยูเนียนคาร์ไบด์ ได้ผลิตสารอีเทฟอน เพื่อเชิงการค้าโดยใช้ชื่อว่า อีเทรล (Ethrel)
- พ.ศ. 2511 Bonner ได้ทดลองใช้พลาสติกหุ้มเหนือรอยกรีด โดยภายในบรรจุด้วยแก๊สเอทธิลีน พบว่า ทำให้มีผลผลิตน้ำยางเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงได้ข้อสรุปว่า สารที่เป็นฮอร์โมนและสามารถปลดปล่อยแก๊สเอทธิลีนได้ สามารถเร่งหรือเพิ่มผลผลิตน้ำยางได้
ผลิตภัณฑ์เร่งน้ำยาง
![]() |
![]() |
![]() |
|
| น้ำยาทาหน้ายาง รับเบอร์แม็ก |
ปุ๋ยเร่งน้ำยาง ตรานกอินทรีคู่ |
ปุ๋ยน้ำสำหรับยางพารา ตรานกอินทรีคู่ |
สารปรับสภาพดิน ไฮ-แมกก้า |
ในปัจจุบันจึงมีสารเคมีเร่งน้ำยางที่มีคุณสมบัติเหมือนฮอร์โมนพืชอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่เป็นของเหลวที่มีชื่อว่า อีเทฟอน ซึ่งผลิตจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น อีเทรล, อีเทค, โปรเทรล, ซีฟา และอีเทรลลาเท็กซ์ และชนิดเป็นแก๊ส คือ เอทธิลีน ซึ่งทั้ง 2 ชนิด ล้วนสลายตัวให้ เอทธิลีน แก่ต้นยางเหมือนกัน และถึงแม้จะสลายตัวให้ เอทธิลีนเหมือนกัน แต่พบว่า การใช้ อีเทฟอน จะทำให้ต้นยางเป็นโรคหน้าตายอย่างมากมาย เนื่องจากผู้ใช้มักไม่ใช่เจ้าของสวนยางเอง, ใช้ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำและใช้ระบบกรีดไม่เหมาะสมกับการใช้สารเร่ง) ตรงกันข้ามกับการใช้แก๊สเอทธิลีนที่ไม่ส่งผลดังกล่าว(แต่ต้องใช้ตามอัตราที่ กำหนดเช่นกัน)
เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมการอัดแก๊สหรือฮอร์โมนเอทธิลีนเข้าไปในเปลือกต้นยางพาราเพื่อ เพิ่มผลผลิตน้ำยางได้ก่อกำเนิดมาจาก ดร.สิวากุมาราน อดีตผู้อำนวยการโครงการวิจัยและพัฒนาของสถาบันวิจัยยางมาเลเซีย ผู้ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มผลผลิตน้ำยาง โดยเฉพาะจากต้นยางพาราที่ปลูกมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 ปี ซึ่งมีการกรีดยางไปแล้วทั้ง 2 หน้า และเปลือกงอกใหม่ยังบางหรือหนาไม่ถึง 1 ซม. หากกรีดซ้ำหน้าเดิมก็จะได้น้ำยางน้อย จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์ณ์เพื่อให้สามารถอัดฮอร์โมนเอทธิลีน เข้าไปในเปลือกยางพาราได้ ซึ่งเรียกสิ่งนี้ว่า เทคโนโลยีริมโฟลว์ (กระเปาะพลาสติก)โดยทำการกรีดยางหน้าสูงด้วยรอยกรีดสั้นเพียง 4 นิ้ว ทำให้ได้ผลผลิตน้ำยางมากอย่างน่าอัศจรรย์ เทคโนโลยีนี้ได้เริ่มทดลองใช้ในประเทศมาเลเซียเมื่อ ประมาณ 12 ปีกว่ามาแล้ว และถูกนำมาเข้ามาทดลองใช้ในประเทศไทยโดยศูนย์วิจัยยางสุราษฎร์ธานี นับเป็นเวลา 8 ปี นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราจะพบเห็นระบบอุปกรณ์การให้ฮอร์โมนแก่ต้นยางอีกแบบหนึ่ง (กระเปาะเหล็ก)หรือแบบเลท-ไอ (LET-I) ซึ่งเป็นการดัดแปลงระบบริมโฟลว์ของมาเลเซียจนกลายมาเป็นแบบของไทยโดยห้าง หุ้นส่วนจำกัดไอ ที รับเบอร์ (อ.เบตง จ.ยะลา)
ข้อมูลต้นฉบับจาก: http://www.live-rubber.com/index.php/rubber-news-events/27-from-rubber-plantation/227-innovation-increasing-rubber-yield



5 comments
top
ตุลาคม 1, 2011 at 4:09 pm (UTC 7) Link to this comment
ให้คำปรืกษากับยางตึดเเก๊ส 0860465067 สมทบ
top
ตุลาคม 9, 2011 at 10:34 am (UTC 7) Link to this comment
สวัสดีครับพี่น้องชาวสวนยางทุกทั่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อสมทบเป็นคนอยุธยา มาทำสวนของภรรยาค์ที่จังหวัดระนองอำเภอกระบุรีได้ 2-3 ปีแล้ว ตอนเริ่มแรกผมมาทำสวนยาง ต้นยางหน้ายางไม่มีที่กรีดและต้นยางตายนึ่งมากหลายต้น ต้นยางมรทั้งหมด 1000 ต้น กรีดทำแผ่นได้แค่10กว่าแผ่นเอง ตกลงกับภรรยาค์ว่าจะโค่นและปลูกใหม่เพราะยางแก่มากตั้ง20ปีแล้ว แต่…ความโชคดีของผมได้เจอพี่มานัดนักวิชาการซี8เกี่ยวกับยางของสุราษธานีษ์ และแนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ต้นยางอัดแก๊ส และฮอร์โมนเอธิลีน TIGผลิตในประเทศไทยอุปกรณ์ชุดนี้ใช้ได้ตั้งแต่ยางอายุ8ปีขึ้นไป ผมได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ชุดนี้ในสวนยางผมมาแล้ว ของเขาดีจริงๆ
1.ได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์กับต้นยางอัดแก็ส ต้นยางอายุ 20 กว่าปี มีทั้งหมด 900 กว่าต้น กรีดยางได้วันละ 90 แผ่น (ทำยางแผ่น4ลิตรขึ้นต่อ1แผ่นทำมา2ปีแล้ว)กรีด1อยุด2วัน 9วันอัดฮอร์โมนเอธิลีน1ครั้ง
2.ได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ต้นยางอัดแก๊ส 6ขึ้นไปอีก500 ต้น ติดตั้งมาแล้ว7-8เดือนแล้วได้ วันละ18-20แผ่น (ต้นยางที่มีรอยกรีดเนื้อเยื่อออกมาไวมากแค่2-3วันมีเนื้อเยื่อเกิดขึ้นมาใหม่แล้วและต้นยางโตวัยมากและต้นยางไม่โทรม)อัดฮอร์โมนต้นยางเดือนละ1ครั้ง ต้นยางอายุ6ปีเดือนละ1ครั้ง กรีด1อยุด2วัน
ทั่นใดสนใจอุปกรณ์ตัวนี้ติดต่อผมใด้ 0860465067 ผมมีจอกยางลิตรครึ่ง สองลิตร และสามลิตน จำหน่าย จอกยางใหญ่มีหูหิ้ว ผมพร้อมให้คำปรึกษาต้นยางที่ตายนึ่ง ต้นยางที่ไม่มีหน้าจะกรีดต้องกรีดขึ้นที่สูงและต้นยางอัดแก๊สวิธีการใส่ปุ๋ยตัวไหนที่ทำให้ต้นยางมีน้ำยางไหลออกมา ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ อย่าลืมติดต่อมานะครับ…
top
ตุลาคม 9, 2011 at 11:27 am (UTC 7) Link to this comment
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554
รายงาน : อัดแก๊สเร่งผลผลิต …ปรากฏการณ์ช่วงยางแพง
ธรณิศวร์ พิรุณละออง
ราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้เป็นฐานของการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างงดงาม แม้ว่าจะต้องเจอกับสภาพฝนตกชุกต่อเนื่องยาวนาน ทั้งยังเผชิญกับปัญหาโรคใบร่วง หน้ายางที่กรีดเป็นเชื้อรา แต่อุปสรรคเหล่านี้ดูจะลดความสำคัญลงไป ในเมื่อยางพารามีราคาสูง นั่นคือ สิ่งที่จูงใจให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต
ปรากฏการณ์ในแง่ของการเร่งตักตวงผลประโยชน์ ก็คือ ได้มีชาวสวนยางพาราจำนวนมาก หันมาพึ่งสารฮอร์โมนเร่งปริมาณน้ำยาง หรือที่เรียกกันว่า “อัดแก๊ส” ใต้เปลือกต้นยางพาราเพื่อกระตุ้นและเร่งสร้างปริมาณน้ำยางเพิ่มมากขึ้น 2-3 เท่าตัว โดยที่ต้นยางพาราไม่ทรุดโทรม หรือเกิดความเสียหายแต่อย่างใด
รูปแบบดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแหล่งปลูกยางพาราในไทย หรือมีการใช้วิธีดังกล่าวอยู่บ้างเพียงแต่ไม่แพร่หลาย เนื่องจากขาดการส่งเสริมหรือให้ความรู้จากรัฐอย่างจริงจัง แต่สำหรับชาวสวนยางพาราในประเทศมาเลเซีย วิธีนี้กล่าวได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากการใช้สารเร่งปริมาณน้ำยาง หรือการอัดแก๊สนี้เกิดขึ้นมานานกว่าสิบปีแล้ว
“ปรากฏการณ์อัดแก๊สในช่วงที่ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้น เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่ ต.ฉลุง และพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากเกษตรกรเห็นถึงจังหวะที่ยางมีราคาสูง สามารถสร้างรายได้อย่างดี ดังนั้น การพึ่งสารฮอร์โมนเร่งกระตุ้นปริมาณน้ำยางให้มากขึ้นจึงเป็นทางเลือก แม้ว่าช่วงนี้ชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่จะเจอกับปัญหาเดียวกัน คือ เรื่องโรคใบร่วงและโรคเชื้อราหน้ายาง แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก หากฝนหยุดตกแดดออก ความชื้นหน้ายางก็จะแห้งลง การรักษาก็คงจะง่ายและหายเป็นปกติ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ” จำนงค์ เกาะยอ เกษตรกรชาวสวนยางพารา พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ขณะที่ พนม นิยม ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ กล่าวว่า การอัดแก๊สให้กับต้นยางจากผลการทดลองด้วยตนเอง ไม่ได้มีผลกระทบต่อต้นยางพาราจนเกิดความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งสารฮอร์โมนที่ฉีดเร่งเข้าไปใต้เปลือกต้นยางพารา ก็เป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่งที่เป็นสารตัวเดียวกันที่นำมาบ่มผลไม้ให้สุก ชื่อสารแอสทีลีน
“เมื่อฉีดเร่งสารตัวนี้แล้ว ต้นยางพาราจะสามารถให้ปริมาณน้ำยางออกมามากกว่าเดิม 2-3 เท่า และไม่ทำให้น้ำยางที่ไหลออกมาแข็งตัวเร็ว เนื่องจากสารตัวนี้จะมีความเป็นด่างอยู่ เดิมทีหากไม่ฉีดสารนี้กระตุ้น น้ำยางที่ไหลออกมาจะอยู่ได้เพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะแข็งตัว แต่เมื่อฉีดอัดสารนี้เข้าไป จะทำให้ท่อน้ำยางเต่งตึง และนั่นก็คือ การที่ทำให้น้ำยางไหลนาน 13-15 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อเกษตรกรชาวสวนยางมาก”
พนม กล่าวว่า ที่สำคัญแผลที่กรีดบนหน้ายางกรีดเพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น ไม่ได้กรีดยาวเหมือนปกติที่กรีดกัน ดังนั้น จากการประสบความสำเร็จดังกล่าวเห็นว่า ทางภาครัฐควรจะส่งเสริมความรู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหมือนกรณีที่มาเลเซีย ซึ่งชาวสวนยางใช้วิธีการเร่งของผลผลิตแบบนี้มานานแล้ว
“การอัดแก๊สนี้ ก็มีข้อจำกัด และเกษตรกรชาวสวนยางเองก็ต้องปฏิบัติตามเคร่งครัดด้วย คือ จะต้องกรีดยาง 1 วัน เว้น 2 วัน เพื่อให้ต้นยางพาราพักฟื้นในการสร้างน้ำยางขึ้นมาใหม่ จะกรีดยางทุกวันไม่ได้ เพราะต้นยางพาราจะต้องใช้ระยะเวลาสร้างน้ำยางขึ้นใหม่อย่างต่ำ ก็คือ 72 ชั่วโมง หากกรณีนี้ภาครัฐส่งเสริมจริงจัง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมหาศาล ที่สำคัญ ต้นยางพาราของเกษตรกรเอง ก็จะสามารถอยู่ได้นาน จากเดิม 25-30 ปี อาจจะอยู่นานถึง 50 ปี จนกลายเป็นมรดกตกทอดแก่คนรุ่นต่อไปที่จะยึดเป็นอาชีพสืบต่อ” ผู้ศึกษาเรื่องนี้ระบุ
“การฉีดเร่งฮอร์โมนหรืออัดแก๊สในต้นยาง ผลการวิจัยไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด ไม่ได้ทำให้ต้นยางพาราเสียหาย แต่ยางพาราที่อัดแก๊สแล้ว เกษตรกรเองจะต้องกรีดยางพาราในลักษณะวันเว้นสองวัน เพื่อให้ต้นยางพาราหยุดพัก เปิดโอกาสให้มีการสร้างน้ำยางใหม่ ไม่ควรกรีดยางพาราทุกวัน เพราะนั่นจะทำให้ต้นยางทรุดโทรมลงได้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ทราบเมื่ออัดแก๊สแล้วต้นยาง จะให้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้นไปจากปกติ 2-3 เท่า และการกรีดหน้ายางก็กรีดเพียงนิดเดียวไม่ได้ยาวมาก ซึ่งช่วยรักษาหน้ายางที่กรีดได้ดีด้วย” ธีรวัฒน์ เดชทองคำ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.สงขลา เขต 1 ระบุ
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นความพยายามของเกษตรกรในการที่จะหาทางออก ต่อการเพิ่มผลผลิตยางพารา โดยมีแรงสนับสนุนที่สำคัญ ก็คือ ราคายางพาราที่กำลังทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สนใจอุปกรณ์ยางอัดเเก๊สตึดต่อได้ 0860465067 สมทบ
jirapong
ตุลาคม 13, 2011 at 9:07 pm (UTC 7) Link to this comment
ผมสนใจยางอัดแก็สแต่ไม่มีข้อมูลเลย อยากได้ข้อจากการพูดคุยและการปฏิบัติจริงและขั้นตอนจากการใช้กับต้นยางในสวนยาง
ผมเป็นคนชลบุรี
เบอร์ติดต่อ 085-1667223
รบกวนติดต่อกับมาด้วยนะคับ
top
พฤศจิกายน 16, 2011 at 12:11 pm (UTC 7) Link to this comment
ผม สมทบ ถ้าคุณยากรู้ข้อมูลยางอัดเเก๊สโทรหาผมได้ 0860465067 ผมพร้อมให้คำเเนะนำได้