«

»

ก.ค. 19

ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อการค้า

การผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระบบ (ป.รัศมีธรรม, 2543) คือ ระบบปิด และ ระบบเปิด

1. ระบบปิด

คือ การปลูกผักในมุ้งตาข่าย พื้นที่ที่มีการปลูกผักเพื่อการค้าอย่างกว้างขวาง มีการปลูกหลายรุ่นอย่างต่อเนื่องกันมาตลอดปี จะมีปัญหาในการผลิตที่รุนแรงที่สุด คือ แมลง เช่น หนอนในผัก หนอนกระทู้หอม ด้วงหมัดผัก หนอนคืบ ตลอดจนแมลงศัตรูดังกล่าวสร้างความ ต้านทานต่อสารเคมีมาก การป้องกันกำจัดที่ควรเลือกใช้ในพื้นที่ดังกล่าว คือ การปลูกผักใน มุ้งตาข่ายไนล่อน ซึ่งมีข้อพิจารณาในการตัดสินใจปลูกผักในมุ้งตาข่าย คือ

1. พื้นที่ปลูก

o ควรเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงศัตรูรุนแรงอยู่เสมอ
o ควรเป็นพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงมาก คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือมากกว่า 2,500 บาทต่อไร่ต่อฤดูการปลูก
o ควรเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกผักได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3-4 ปี

1. ชนิดของผักที่ควรปลูกในมุ้งตาข่าย

o ควรเป็นผักที่มีปัญหาหลักจากการเข้าทำลายของแมลงมาก เช่น คะน้า, กวางตุ้ง, กะหล่ำปลี หรือ บร็อคโคลี่ เป็นต้น
o ควรเป็นผักที่นิยมบริโภคโดยทั่วไปและตลอดมีความต้องการสูง

วราวุธ และคณะ (2543) ได้ทดสอบปลูกบร็อคโคลี่และกะหล่ำปลีเป็นผักอนามัยปลอดสารพิษในช่วงฤดูฝน พบว่า บร็อคโคลี่ที่ปลูกในโรงเรือนเก็บเกี่ยวได้เมื่อมีอายุระหว่าง 45 – 55 วัน โดยเก็บเกี่ยวได้ปริมาณมากที่สุดในช่วงอายุ 47-48 วัน ส่วนบร็อคโคลี่ที่ปลูกนอกโรงเรือนเก็บเกี่ยวไปถึง 57 วัน สำหรับกะหล่ำปลีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60 วัน สรุป คือ ช่วงอายุการเก็บเกี่ยวของบร็อคโคลี่และกะหล่ำปลีที่ปลูกในโรงเรือนสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็ว และให้ผลผลิตสูงกว่า ปริมาณผลผลิตบร็อคโคลี่ที่ปลูกในและนอกโรงเรือนพบว่า บร็อคโคลี่ที่ปลูกนอกโรงเรือนมีน้ำหนักเฉลี่ย 0.41 กก. (เฉลี่ย 25.30 ต้น/แปลง) คิดเป็นผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,602 กก. ส่วนที่ปลูกนอกโรงเรือนน้ำหนักเฉลี่ย 0.39 กก.ต่อต้น คิดเป็นผลผลิตเฉลี่ย 1,192 กก.ต่อไร่ ผลผลิตกะหล่ำปลีในโรงเรือนพบว่า น้ำหนักกะหล่ำปลีต่อหัวที่ปลูกทั้งในและนอกโรงเรือนตาข่ายไม่มีความแตกต่างกัน คือ มีน้ำหนักหัวเฉลี่ย 0.45 และ 0.46 กิโลกรัม คิดเป็นผลผลิตต่อไร่จากกะหล่ำปลีที่ปลูกในโรงเรือนเฉลี่ย 1,132 และ นอกโรงเรือนได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,020 กก.ต่อไร่

ประโยชน์ของการปลูกผักในมุ้งตาข่าย

1. สามารถป้องกันผีเสื้อตัวเต็มวัยของหนอนชนิดต่าง ๆ มาวางไข่ได้
2. มีการเจริญเติบโตเร็วกว่าการปลูกนอกมุ้ง ทำให้เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น
3. อุณหภูมิสูงกว่าภายนอก 1 – 2 องศาเซลเซียส และความชื้นสูงกว่าภายนอก 10 – 20 %
4. ปลูกผักนอกฤดูกาลได้
5. ผักที่ปลูกในมุ้งตาข่ายมีรสชาติหวานกรอบ สีสวยสด

2. ระบบเปิด

เป็นการยึดหลักการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน (integrated pest management ; IPM)

มโนชัย (2528) ได้แบ่งวิธีการป้องกันศัตรูพืชแบบ IPM ดังนี้

1. การควบคุมโดยวิธีการเขตกรรม (cultural control)

เป็นวิธีที่ให้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของแมลง ซึ่งประกอบด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

1. การทำความสะอาด (sanitation) โดยการนำเอาเศษไม้ใบหญ้าไปใช้ประโยชน์หรือเผาทำลายเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์
2. การขุดหรือการไถพรวนดิน (tillage) จะช่วยทำลายวัชพืชหรือพืชอาศัยของแมลงศัตรูพืช ทำให้แมลงไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์
3. การปลูกพืชหมุนเวียน (crop rotation) เป็นการหลีกเลี่ยงการเข้าทำลายของแมลง โดยปลูกพืชที่ไม่เป็นอาหารของแมลงศัตรูพืชต่อจากพันธุ์พืชที่แมลงศัตรูชนิดนั้นทำลาย
4. การรอนกิ่งและการตัดแต่งกิ่ง (prunning and thinning)
5. การปลูกพืชเป็นกับดัก (trap crop) โดยการปลูกพืชพันธุ์ที่แมลงศัตรูพืช ชอบทำลายก่อนที่จะปลูกพืชหลัก เพื่อให้แมลงลงมาทำลายจนหมดระยะการเจริญเติบโต ทำให้ประชากรของแมลงในชั่วอายุนี้ลดปริมาณลง
6. การจัดการที่ดี (good management) เช่น การใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากแมลงและโรค เลือกเวลาปลูกและเก็บเกี่ยวให้เหมาะสม การใส่ปุ๋ย ระบบการให้น้ำ การจัดการที่ดีจะช่วยลดการทำลายของแมลงและแหล่งเพาะพันธุ์

2. การควบคุมโดยวิธีกล (mechanical control) วิธีนี้เป็นการทำลายแมลงโดยตรงและเป็นวิธีง่าย เช่น การใช้มือจับหรือขยี้ การเขย่า การใช้กับดัก

จากการศึกษาอิทธิพลของกับดักกาวเหนียวสีต่าง ๆ ต่อการดักจับหมัดผักในคะน้า พบว่า กับดักสีต่าง ๆ จำนวน 12 สี ที่มีอิทธิพลต่อการดึงดูดตัวเต็มวัยด้วงหมัดผักในคะน้า สีเหลืองอ่อน (vista yellow) สีเหลืองเข้ม (bright yellow) และสีส้มอ่อน (kumouat orange) เป็นโทนสีที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อตัวเต็มวัย ด้วงหมัดผัก ส่วนกระป๋องเหลืองนั้นสามารถดักจับ ด้วงหมัดผักได้ในระดับปานกลาง โดยกับดักทุกชนิดจะต้องติดตั้งให้สูงเสมอความสูงของพืช เท่านั้น (วินัยและภัควิภา, 2540)

3. การควบคุมโดยวิธีกฎหมาย (legal control) เป็นการป้องกันการนำเข้าของศัตรูพืชและสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ควบคุมการระบาดของศัตรูพืชที่มีอยู่แล้วและการสนับสนุนที่จะกำจัดให้หมดไป

4. การควบคุมทางชีววิธี (biological control) เป็นการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยการใช้ประโยชน์จากแมลงศัตรูธรรมชาติ คือ

1. ตัวเบียน (parasite) ส่วนใหญ่ หมายถึง แมลงเบียน (parasitic insects) ที่อาศัยแมลงศัตรูพืชเพื่อดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ ซึ่งทำให้แมลงศัตรูพืชตายในระหว่างการเจริญเติบโต
2. ตัวห้ำ ได้แก่ สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตโดยการกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหารเพื่อการเจริญเติบโตจนครบวงจรชีวิต ตัวห้ำพวกนี้ ได้แก่

o สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง เช่น นก สัตว์เลื้อยคลาน
o ตัวห้ำส่วนใหญ่ที่มีความสำคัญในการควบคุมแมลงและไรศัตรู เช่น แมงมุม ไรตัวห้ำ และตัวห้ำส่วนใหญ่กินแมลง ได้แก่ แมลงห้ำ (predatory insects) (ทิพวรรณ, 2543)

5. การป้องกันโดยใช้พันธุ์พืชต้านทาน (host plant resistance)

6. การควบคุมโดยใช้จุลินทรีย์ (microbial control)

จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง

มีหลายชนิด และส่วนใหญ่นำมาใช้ในการ ควบคุม แมลงศัตรู ได้แก่

แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis (BT)

BT เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีศักยภาพชนิดหนึ่งที่ใช้ในการกำจัดแมลง เมื่อแมลงกินอาหารที่มีแบคทีเรียชนิดนี้ติดอยู่เข้าไปในร่างกาย ทั้งย่อยและเอนไซม์ในลำไส้ของแมลงจะเปลี่ยนผลึกที่อยู่ในเซลล์แบคทีเรียให้เป็นสารพิษที่เรียกว่า เดลต้าเอนโดท็อกซิน (delta-endotoxin) สารพิษจะไปทำลายระบบย่อยอาหาร ผนังลำไส้ แมลงกินอาหารไม่ได้และตายใน 1-2 วัน

เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis มีประสิทธิภาพในการกำจัดหนอนใยผัก หนอนกระทู้ หนอนคืบกะหล่ำ (นิรนาม, 2539)

นิรนาม (2545) แนะนำวิธีการพ่นและช่วงเวลาการพ่นเชื้อแบคทีเรียให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพไว้ดังนี้

1. ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
2. ควรใช้น้ำเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 1 ลิตร) ผสมกับแบคทีเรียให้เข้ากันก่อนจึงไปผสมกับน้ำในอัตราที่กำหนด
3. ควรผสมสารจับใบเพื่อช่วยให้แบคทีเรียติดอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของพืชได้นานขึ้น
4. การพ่นแบคทีเรีย ควรพ่นเวลาเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากแสงแดด ซึ่งจะมีผลทำให้ประสิทธิภาพของแบคทีเรียลดลง

แนะนำสินค้า: กำจัดหนอน ด้วยสารชีวินทรีย์ประสิทธิภาพสูงปลอดสารพิษ

ไอกี้ – บีที กำจัดหนอน ปลอดสารพิษ
กำจัดหนอนแมลงศัตรูพืช
ด้วยสารชีวินทรีย์ประสิทธิภาพสูง
ขนาด 500 กรัม* ประกอบด้วยจุลินทรีย์สายพันธ์ บีที (BT) ที่มีประสิทธิภาพสูง คือ Bacillus thuringiensis var. aizawai และ Bacillus thuringiensis var. kurstaki
* หนอนศัตรูพืชที่ได้รับผลึกโปรตีนที่เชื้อ บีที (BT) สร้างขึ้นจะเกิดพิษในกระเพาอาหาร เป็นอัมพาต ลำตัวเหี่ยวแห้ง และตายภายในเวลา 24-48 ชั่วโมง
* ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แมลงศัตรูธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิต
* ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และผู้บริโภค

รายละเอียดสินค้า

เชื้อไวรัส Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV)

นิรนาม (2539) กล่าวว่า NPV เป็นไวรัสที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงมากที่สุด โดย NPV จะทำให้แมลงในระยะหนอนเป็นโรค เมื่อกินอาหารที่มีไวรัสปะปนอยู่ ผลึกโปรตีนที่ห่อหุ้มอนุภาคไวรัสจะถูกย่อยสลายในทางเดินอาหารส่วนกลางของแมลงที่มีสภาพเป็นด่าง (pH ประมาณ 10.5) อนุภาคไวรัสจะเพิ่มจำนวนในนิวเคลียสของเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ไขมัน ท่อหายใจ ชั้นอิพีเดอร์มิสที่ผนังลำตัว และเซลล์เม็ดเลือด และจะแสดงอาการใกล้ตายเห็นได้ชัดประมาณวันที่ 3 หลังจากได้รับสาร ลักษณะอาการของหนอนที่ได้รับ virus คือ ผนังลำตัวจะมีสีซีดลงเป็นมัน ตายในลักษณะห้อยหัวลงเป็นรูปตัว V หัวกลับ โดยใช้ทาเทียมยึดติดส่วนของพืชไว้

ศัตรูพืชผักที่สามารถควบคุมได้ด้วยไวรัส NVP ได้แก่ หนอนกระทู้หอม หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้ผัก

ไส้เดือนฝอย Steinernema carpocapsae

ไส้เดือนฝอยเป็นศัตรูธรรมชาติที่เข้าทำลายเฉพาะแมลง ไม่ทำอันตรายต่อคนและสัตว์ ไส้เดือนฝอยมีลักษณะคล้ายเส้นด้ายยาวประมาณ 0.2 มิลลิเมตร เข้าหาแมลงอาศัยโดยทางปาก ทวาร หรือรูหายใจ หนอนจะตายภายใน 24-48 ชั่วโมง เนื่องจากเลือดเป็นพิษ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของไส้เดือนฝอยปล่อยออกมา (นิรนาม, 2545)

วัชรี (2533) กล่าวว่า ไส้เดือนฝอย S.carpocapsae สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืช ในสภาพธรรมชาติได้ดังนี้คือ ตัวอ่อนด้วงหมัดผัก ด้วงงวงมันเทศ หนอนกระทู้หอม เป็นต้น

มโนชัย (2528) กล่าวถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้จุลินทรีย์ในการควบคุมแมลงศัตรูไว้ดังนี้

ข้อดี

1. เชื้อจุลินทรีย์จะไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตอื่น จึงสามารถใช้จุลินทรีย์ได้จนถึงใกล้วันเก็บเกี่ยวโดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
2. ส่วนมากจุลินทรีย์ทำลายเฉพาะเจาะจง พวกศัตรูธรรมชาติจะไม่ถูกทำลาย
3. ใช้ร่วมกับสารควบคุมแมลงชนิดอื่นได้ ยกเว้นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
4. แมลงจะสร้างความต้านทานต่อเชื้อจุลินทรีย์ได้ช้ามาก
5. การใช้เชื้อจุลินทรีย์ในพื้นที่หนึ่งแล้วจะไม่สูญหายไป เมื่อสภาพเหมาะสม เชื้อจะเจริญเติบโตควบคุมแมลงได้อีก

ข้อเสีย

1. เวลาของการใช้เชื้อจุลินทรีย์มีขอบเขตจำกัด เพราะจะต้องใช้ในระยะเวลาที่เชื้อจะสามารถเข้าทำลายแมลงได้
2. เมื่อมีแมลงหลายชนิดระบาด การป้องกันกำจัดจะได้ผลไม่ดี เพราะเชื้อ จุลินทรีย์จะทำลายแบบเฉพาะเจาะจง
3. เชื้อจุลินทรีย์จะต้องเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม จึงจะช่วยรักษาคุณภาพที่ดีไว้ได้
4. ประสิทธิภาพของเชื้อแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม
5. เชื้อจุลินทรีย์จะเข้าทำลายแมลงที่มีสิ่งปกคลุมได้ลำบาก

7. การใช้พืชสมุนไพรเพื่อการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรู

พืชสมุนไพรมีมากมายที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ซึ่งมี สารออกฤทธิ์ต่อแมลงศัตรูพืชทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง คือ เมื่อแมลงได้รับสารแล้วจะตายทันที โดยที่สารมีผลต่อระบบประสาทและระบบหายใจของแมลง การออกฤทธิ์ทางอ้อม คือ แมลงจะไม่ตายทันที เมื่อได้รับสารแต่จะมีผลทำให้ระบบสรีระของแมลงผิดปกติ เช่น ยับยั้งการกินอาหารของแมลง ยับยั้งการเจริญเติบโตหรือลอกคราบไม่ได้ ลดปริมาณการออกไข่และการฟักไข่อีกด้วย (ทิพวรรณ และ Sekine, 2544)

การป้องกันและควบคุมโรคพืชโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์

คือ การนำเชื้อจุลินทรีย์ต่อต้าน (แอนนาโกนิสท์) มาใช้ในการควบคุมโรคพืช ซึ่งเกิดจากเชื้อสาเหตุต่าง ๆ คือ เชื้อรา แบคทีเรีย ไส้เดือนฝอย ไวรัส เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุของโรคและอัตราการเกิดโรคให้ต่ำลง เชื้อสาเหตุของโรคพืชนั้น เชื้อราจัดเป็นเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกับพืชมากที่สุด เชื้อราส่วนใหญ่มีการดำรงชีวิตอยู่ในซากพืชในดิน บนหรือในต้นพืช เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเกิดโรค เชื้อราจะเข้าทำลายพืชที่อ่อนแอ การควบคุมโรคพืชโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์จะได้ผลดีควรใช้วิธีการอื่น ๆ เข้าร่วม ซึ่งได้แก่ วิธีการเขตกรรม การระบายน้ำดี การปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินไม่ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อสาเหตุโรคพืช การใช้อินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยหมักใส่ลงดินจึงจะประสบผลสำเร็จสูงในการควบคุม โรคพืช (ลาวัลย์, มปป.) จากวิธีการผลิตผักปลอดสารพิษข้างต้นที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นกระบวนการที่ใช้ในการผลิต การปฏิบัติดูแลรักษาผัก นอกจากนี้แล้วเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของดินยังส่งผลกับคุณภาพและปริมาณของผักด้วย ซึ่งพืชผักจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จึงควรมีการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ สามารถทำได้โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุแทน ปุ๋ยชีวภาพ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ เช่น ไรโซเบียม ไมโครไรซ่า ปุ๋ยเหล่านี้จะให้ทั้งธาตุอาหารหลักและอาหารรองแก่พืชอย่างครบถ้วน จึงใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้ (ทิพวรรณ, 2543)

จากการทดลองเปรียบเทียบวิธีการผลิตผักกาดหัวปลอดภัยจากสารเคมีของวรรณาและคณะ (2545) พบว่า การผลิตผักกาดหัวแบบใช้สารเคมี แบบสารเคมีสลับสารอินทรีย์ และแบบสารอินทรีย์ วิธีการผลิตโดยใช้สารเคมีมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ไม่แตกต่างกับการใช้สารเคมีสลับสารอินทรีย์

จากการทดลองของทิพวรรณและ Sekine (2544) รายงานว่าการปลูกผักฮ่องเต้และผักกาดหัว โดยใช้ปุ๋ยหมักให้ผลผลิตไม่แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยเคมี ในด้านคุณภาพผักฮ่องเต้และผักกาดหัวที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยหมัก จะมีค่าวิตามินซีและความหวานสูงกว่าการใช้สารเคมี

นอกจากการปรับปรุงดินให้มีความสมบูรณ์แล้ว การคลุมดินก็มีผลต่อคุณภาพในการผลิตผักด้วย เพราะการคลุมดินด้วยเศษพืชจากไร่นาหรือพลาสติกจะช่วยป้องกันการชะล้างของหน้าดิน ป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดินเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ปราโมทย์ (2542) กล่าวว่าการใช้พลาสติกคลุมแปลงมีประโยชน์ดังนี้

1. ลดระยะเวลาในการผลิตพืช
2. เพิ่มผลผลิตและคุณภาพสูง
3. ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ลดการสูญเสียจากการชะล้างหน้าดิน
5. ลดปัญหาด้านวัชพืช
6. ลดการอัดแน่นของดิน
7. ทำให้การจัดกรศัตรูพืชบางชนิดทำได้ง่าย
8. เพิ่มโอกาสในการปลูกพืชได้หลายฤดูปลูกต่อปี

สรุป

การผลิตผักปลอดสารพิษเพื่อป้อนตลาดและสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้ผลิต จะต้องคำนึงถึงหลักการและเทคนิคในการผลิต ต้องเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น มีการวางแผนการปลูกพืช การเลือกใช้สารกำจัดแมลง ปุ๋ยเคมีในช่วงที่เหมาะสม มีความเอาใจใส่สูง ที่สำคัญคือ ต้องมีการเรียนรู้และนำมาปฏิบัติ ดัดแปลง แก้ไขอย่างต่อเนื่องจึงจะประสบความสำเร็จในการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษได้อย่างไม่ยุ่งยาก

เอกสารอ้างอิง

ทิพวรรณ สิทธิรังสรรค์. 2543. การปลูกพืชผักตามแนวทางเกษตรธรรมชาติ. วารสารศูนย์ บางพระ . 36(4) : 33-41.

ทิพวรรณ สิทธิรังสรรค์ และ Sakine Takayuk. 2544. เกษตรธรรมชาติศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม. วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องจากพระราชดำริ และ JICA JAPAN INTERNATIONAL COOPERATION AGENCY ส. วีรัสการพิมพ์ (1996), กรุงเทพฯ. 160 น.

นิรนาม. 2539. คู่มือการปลูกผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ. กองป้องกันและกำจัดศัตรูพืช. กรมส่งเสริมการเกษตร. กรุงเทพฯ. 104 น.

. 2545. คำแนะนำการป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์ศัตรูพืช ปี 2545. กองกีฎและสัตววิทยา. กรมวิชาการเกษตร, กรุงเทพฯ. 279 น.

ป.รัศมีธรรม (นามแฝง). 2543. โครงการผลิตพืชผักและผลไม้อนามัย. เกษตรพัฒนา. 19(217) : 27-29.

ปราโมทย์ พรสุริยา. 2542. การใช้พลาสติกคลุมแปลงปลูกพืช. วารสารศูนย์บางพระ. 36(1) : 29-31.

มโนชัย กีรติกสิกร. 2528. หลักการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช. โครงการการผลิตสิ่งตีพิมพ์ทางการเกษตร. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น. 116 น.

ลาวัลย์ วีระพงษ์. มปป. การใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่าควบคุมศัตรูพืช. กลุ่มงานเชื้อจุลินทรีย์. สถาบันบริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี. กรมส่งเสริมการเกษตร, กรุงเทพฯ. 16 น.

วราวุธ ชูธรรมธัช ปฐม มณีนิตย์ จารุ ไชยแขวง และ วิทยวัฒน์ กุญชร ณ อยุธยา. 2543. การทดสอบปลูกบร็อกโคลี่และกะหล่ำปลีเป็นผักอนามัยปลอดสารพิษในช่วงฤดูฝน จังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการเกษตร. 18(1) : 31-43.

วัชรี สมสุข. 2533. การผลิตขยายไส้เดือนฝอยของแมลงศัตรูพืชด้วยอาหารเทียม. เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ. กองกีฎและสัตววิทยา. กรมวิชาการเกษตร. น.1-8.

วินัย รัชตปกรณ์ชัย และ ภัควิภา เพชรวิชิต. 2540. อิทธิพลของกับดักกาวเหนียวสีต่าง ๆ ต่อกาวกัดจับด้วงหมัดผักในคะน้า. วารสารกีฎสัตววิทยา. 19(2) : 224-229.

วรรณา พยัคฆาภิบาล ภัทราวุธ กาญจนบุรางกูร และ ราเชนทร์ รอดเจริญ. 2545. การเปรียบเทียบวิธีการผลิตผักกาดหัวปลอดภัยจากสารเคมี. ปัญหาพิเศษปริญญาตรี. ภาควิชา พืชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์บางพระ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล, ชลบุรี.

ข้อมูลต้นฉบับจาก: http://www.geocities.com/psplant/ps_seminar_Pathawut.htm

2 comments

  1. pipray limrugsa

    ใช้น้ำส้มสายชูผลิตเองในการล้างผักและกำลังทำwater world.ในการใช้โฟมเก่าจากขยะมาปลูกผักลอยน้ำ

  2. AnnFarmKaset

    ทบความดีมากครับ
    ยาฆ่าหนอน|
    ยากำจัดหนอน|
    ปุ๋ย

ใส่ความเห็น