<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวสารการเกษตร ในกลุ่ม FarmKaset.ORG</title>
	<atom:link href="http://blog.farmkaset.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.farmkaset.net</link>
	<description>ข่าวสารการเกษตร ในกลุ่ม FarmKaset.ORG</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 07:40:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>ไข่ไก่จะปรับราคาขึ้นอีก!</title>
		<link>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5/#utm_source=feed&#038;utm_medium=feed&#038;utm_campaign=feed?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b6%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5</link>
		<comments>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 07:35:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อ้อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.farmkaset.net/?p=1671</guid>
		<description><![CDATA[ราคาไข่ไก่จะปรับตัวขึ้นอีก! คาดว่าในเดือนพฤษภาคมราคาไข่ไก่จะปรับราคาขึ้น เนื่องจากสถานศึกษาเปิดภาคเรียน และการบริโภคไข่ไก่จะกลับมาเหมือนเดิม. รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ไข่ไก่ในบางพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไก่ไข่ที่สำคัญของภาคกลาง พบว่า ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม ไข่ขนาดใหญ่ เบอร์ 1 ราคาอยู่ระดับ 2.80–3.00 บาท ต่อฟอง ขณะที่ราคาไข่ไก่ตลาดสด เบอร์ 1 ราคาอยู่ระดับ 3.20 บาทต่อฟอง โดยช่วงเดือนเมษายนนั้น สภาพอากาศร้อนส่งผลกระทบต่อสภาพการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรือนแบบเปิด บนบ่อปลาที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ส่งผลให้ไก่ไข่กินอาหารได้น้อย ผลผลิตที่ได้มีขนาดเล็ก ประมาณ เบอร์ 2 เบอร์ 3 เบอร์ 4 ซึ่งสวนทางกับผู้บริโภคที่ต้องการไข่ขนาดใหญ่ ประกอบกับช่วงปี 2553 มีการเปิดนำเข้าพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อย่างเสรี ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนมากออกสู่ตลาด และพบว่า เกษตรกรจำเป็นต้องขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่พ่อค้าขายส่งกำหนด เช่น ไข่ไก่เบอร์ 4 ขายได้ราคา 1.50 บาทต่อฟอง ไข่ไก่เบอร์ 5 ขายได้ราคา 1.10 บาทต่อฟอง &#8230; </p><p><a class="more-link block-button" href="http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5/">Continue reading &#187;</a>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตือนอีสานระวังโรคราขาว</title>
		<link>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/#utm_source=feed&#038;utm_medium=feed&#038;utm_campaign=feed?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b2</link>
		<comments>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 03:32:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อ้อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.farmkaset.net/?p=1642</guid>
		<description><![CDATA[เตือนอีสานระวังโรคราขาว รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ จังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย สกลนคร นครพนม และบึงกาฬ พบว่า มีประมาณ 2,281,966 ไร่ มีพื้นที่กรีดยางพาราได้ 884,309 ไร่ พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนเกษตรกรว่า ในช่วงนี้ขอให้เตรียมระวังโรคราขาว ซึ่งเกิดจากเชื้อราจำพวกเห็ดชั้นสูง มักระบาดในช่วงฤดูฝนที่เกิดขึ้นได้กับทั้งยางอ่อนและยางแก่ โดยแปลงยางที่เป็นโรคราขาว สามารถสังเกตได้จากมีต้นยางยืนต้นตาย พุ่มใบยางเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม ขอบใบห่อลง ใบร่วงหมดทั้งต้น ถ้าตรวจดูที่รากจะเห็นเส้นใยของเชื้อราแตกสาขาเป็นร่างแหจับติดแน่น และแผ่ปกคลุมราก เส้นใยอ่อนมีลักษณะสีขาวปลายแบน เมื่อเส้นใยอายุมากขึ้นจะนูนกลม และกลายเป็นสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลซีด ในช่วงที่มีฝนตกอาจมีดอกเห็ดขึ้นบริเวณโคนต้นยาง ลักษณะเป็นแผ่นครึ่งวงกลมแผ่นเดียวกันหรือซ้อนกันหลายแผ่น ผิวบนสีเหลืองแกมส้ม ขอบสีขาว ส่วนผิวล่างมีสีส้มแดงหรือน้ำตาล ถ้าตัดดอกเห็ดตามขวาง จะเห็นชั้นบนเป็นสีขาวและชั้นล่างเป็นสีน้ำตาลแดงชัดเจน นอกจากนี้ สปอร์เชื้อรายังแพร่กระจายได้โดยน้ำ ลม และแมลง สามารถเข้าทำลายต้นยางทางบาดแผล ทำให้ต้นยางเป็นโรคได้ สำหรับวิธีการป้องกัน เกษตรกรต้องมีการเตรียมพื้นที่ปลูกยางพาราใหม่หรือปลูกแทน และจะต้องกำจัดเศษ รากยาง เศษตอไม้นำไปเผาทำลาย ไถพลิกหน้าดิน โดยตากดินไว้ประมาณ 10-20 วัน แล้วไถพลิกหน้าดินอีกครั้ง &#8230; </p><p><a class="more-link block-button" href="http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/">Continue reading &#187;</a>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.farmkaset.net/2012/05/18/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระบบน้ำหยด</title>
		<link>http://blog.farmkaset.net/2012/04/11/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94/#utm_source=feed&#038;utm_medium=feed&#038;utm_campaign=feed?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594</link>
		<comments>http://blog.farmkaset.net/2012/04/11/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Apr 2012 02:18:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์มน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อ้อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.farmkaset.net/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[การจัดการระบบน้ำกับการปลูกพืช                       น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งในการเจริญเติบโตของพืช ในปัจจุบันการทำเกษตรกรรมได้มีการคิดค้นนวัตกรรมการเพาะปลูกแบบใหม่ๆเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลง แต่เกษตรกรก็ยังประสบปัญหาในเรื่องของ ภาวะเศรษฐกิจ ราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ตลอดจนสภาพธรรมชาติ ภัยแล้ง ซึ่งทำให้ต้องมีการจัดการวางแผนการให้น้ำ เพราะหากไม่มีการวางแผนที่ดีแล้วอาจประสบปัญหา “การขาดแคลนน้ำ” ส่งผลให้พืชหยุดการเจริญเติบโตได้ ทำให้ผลผลิตตกต่ำ และลดลงได้                 การจัดการระบบการให้น้ำแก่พืชนั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำไหล แบบร่อง ฉีดฝอย สปริงเกลอร์ และระบบน้ำหยด ซึ่งแต่ละวิธีนั้นจะมีขั้นตอนการออกแบบคล้ายคลึงกัน โดยเริ่มจากการคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำของพืช. การเลือกหัวจ่ายน้ำ การคำนวณหาขนาดของท่อประธาน ท่อรองประธาน จนถึงการเลือกขนาดของเครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านมาช่วยในการออกแบบระบบการให้น้ำเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและทำให้พืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและเท่าเทียมกัน ซึ่งข้อดีและข้อจำกัดก็จะแตกต่างกันไป แต่ระบบที่เริ่มเป็นที่นิยมใช้กันมากขึ้นในหมู่เกษตรกรและอาจไม่ยังแพร่หลายนัก คือ ระบบการให้น้ำที่เรียกว่า “ระบบน้ำหยด” เนื่องจากยังไม่เข้าใจถึงประสิทธิภาพในการทำงานของระบบและการลงทุนติดตั้งในครั้งแรกค่อนข้างสูง ระบบน้ำหยด  ระบบน้ำหยด เป็นระบบการให้น้ำแก่พืชในปริมาณทีละน้อย แต่ให้น้ำบ่อย ตามความเหมาะสมของชนิดพืช ดิน สภาพภูมิอากาศ และเป็นการให้น้ำเฉพาะบริเวณเขตรากพืช โดยส่งน้ำผ่านท่อและปล่อยออกทางวาล์ว มีอัตราการให้น้ำอยู่ที่ 1-6 ลิตร/ชม/หัว ใช้แรงดันในการส่งน้ำต่ำและปริมาณน้ำน้อย ทำให้พืชได้รับน้ำอย่างทั่วถึง ซึ่งส่งผลให้ผลิตเพิ่มขึ้น 20% ระบบน้ำหยด&#8230;..กับเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันเกษตรอินทรีย์ได้เข้ามีบทบาทสำคัญต่อทางด้านการเกษตร เช่น &#8230; </p><p><a class="more-link block-button" href="http://blog.farmkaset.net/2012/04/11/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94/">Continue reading &#187;</a>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.farmkaset.net/2012/04/11/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

